ประวัติผู้ประพันธ์
ญก แถม เกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2446 ที่บ้านสวายเปา อำเภอซ็องแก จังหวัดพระตะบอง บิดาชื่อ ญุม มารดาชื่อ เหียก เป็นชนชาติเขมร ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่ที่บ้านโอตากี ตำบลไจร จังหวัดพระตะบอง
ตอนเด็กๆ คือเมื่อปี 2456 ท่านได้เรียนหนังสืออยู่ที่วัดโปเวียล อำเภอซ็องแก ได้เรียนอักษรเขมรจากสำนักพระภิกษุสอน และศึกษาธรรมวินัยจากพระอาจารย์อิว ตุจ วัดโปเวียล ปี 2461 ท่านบรรพชาเป็นสามเณร ขณะเป็นสามเณรท่านได้ศึกษาธรรมวินัยและภาษาบาลี จากสำนักต่างๆ ในจังหวัดพระตะบอง นอกจากนี้ท่านยังได้ไปศึกษายังต่างประเทศด้วย คือ ในปี 2462 ได้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ท่านสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี 2464 และนักธรรมชั้นโทในปี 2466 และปี 2467 ท่านได้อุปสมบทเป็นภิกษุ ปีเดียวกันก็สอบได้ภาษาบาลีที่เปรียญธรรม 3 ประโยค สองปีต่อมา คือ ปี 2469 ท่านสอบได้มหา 4 ประโยค และอีกสองปีถัดมา คือ 2471 สอบได้มหา 5 ประโยค และสุดท้ายท่านสอบได้มหา 6 ประโยค ในปี 2472 จึงได้ลาสิกขาบทมาเป็นคฤหัสถ์ ในปี 2479
ช่วงที่ท่านศึกษาอยู่ในประเทศไทย ท่านได้ทำงานไปด้วย โดยเป็นครูสอนภาษาบาลีตั้งแต่ปี 2470 ถึง 2473 หลังจากนั้นได้เดินทางกลับกรุงพนมเปญ และเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการแปลพระไตรปิฎก ของสถาบันพุทธศาสนบัณฑิต ปี 2481 ท่านทำงานที่พระราชบรรณาลัยกัมพูชา (หอสมุดแห่งชาติ) ในตำแหน่งบรรณารักษ์ ได้จัดพิมพ์และเผยแพร่หนังสือต่างๆ รวมทั้งวารสารกัมพุชสุริยา ในปีถัดมา 2482 ท่านได้เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระนโรดมสุธารส และเป็นผู้อำนวยการสถาบันพุทธศาสนบัณฑิตแห่งกรุงพนมเปญ พร้อมกับตำแหน่งอื่นๆ อีก นอกจากนี้ท่านยังได้ไปจัดระบบการเรียนการสอนและพิธีสมโภชพุทธศาสนบัณฑิตที่เมืองหลวงพระบาง และเวียงจันทน์ ประเทศลาว ปี 2485 ท่านไปสมโภชสำนักงานศาสนบัณฑิตที่เมืองเคลียง ประเทศเวียดนามใต้ และปี 2586 ได้ไปจัดระบบการเรียนการสอนของพุทธศาสนบัณฑิตที่เมืองปากเซ ประเทศลาว
ท่านญก แถม เข้าทำงานเป็นอาจารย์ระดับ 5 โรงเรียนฝึกหัดครู ปี 2488 และเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยพระศรีสุวัติ ปี 2489 ขณะเดียวกันก็ยังทำงานที่สถาบันพุทธศาสนบัณฑิตอยู่ด้วย กระทั่งปี 2493 จึงลาออกจากสถาบันพุทธศาสนบัณฑิตมาอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการหลังจากที่ฝรั่งเศสยึดเอาวิทยาลัยพระศรีสุวัติมาเป็นสมบัติของชาติ หกปีต่อมาท่านขอย้ายไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยมุณีวงศ์ จังหวัดพระตะบอง ในปี 2501 ท่านได้ย้ายมาอยู่สถาบันแห่งชาติครุโกศล (วิทยาลัยฝึกหัดครู) ที่กรุงพนมเปญอีกครั้งในฐานะศาสตราจารย์และนักวิจัยด้านอักษรศาสตร์เขมร ขณะเดียวกันก็เป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนภูมินทร์ซึ่งเป็นของรัฐบาลด้วย
งานเขียนของ ญุก แถม
ผลงานขณะที่ท่านยังศึกษาและทำงานอยู่ในประเทศไทย ท่านได้แต่งหนังสือเป็นภาษาไทย และบาลี - ไทย ไว้หลายเล่ม เช่น
- นะโมกถา
- นานาชาดกพรรณา
- ธรรมนิเทศ ภาค 1
- เทวดาภาษิต และพุทธภาษิต
หลังจากนั้น ท่านมีผลงานเป็นภาษาเขมรอีกจำนวนมาก เช่น
- พุทธประวัติโดยสังเขป
- อนุพุทธประวัติ ภาค 1 - 2
- ประชุมภาษิต ภาค 1 - 2
- มหาเวชสันดรชาดก
- ประชุมพุทธภาษิต
- ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- ปีศาจเสน่หา (นวนิยาย ตีพิมพ์ปี 2485)
- กุหลาบไพลิน (ตีพิมพ์ปี 2479 หรือ 2486 ไม่ชัดเจน)
- เอกสหราตรี บางตอน (แปล)
- วิธีปฏิบัติธรรม
- ความรู้เรื่องทวีปเอเชีย (แปล)
- ปัญญาสชาดก โดยสังเขป ภาค 1 -2
No comments:
Post a Comment